ทำหน้าที่เก็บข้อมูล คำสั่ง และผลลัพธ์การประมวลผล เพื่อให้ CPU เรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว แบ่งเป็น
หน่วยความจำหลัก => เก็บข้อมูลขณะทำงาน
หน่วยความจำสำรอง => เพื่อเก็บข้อมูลระยะยาว
เป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำงานและการทำงานร่วมกันของระบบคอมพิวเตอร์
เป็นหน่วยความจำหลักที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลและคำสั่งที่ "กำลังใช้งานอยู่" แบบชั่วคราว
เพื่อให้ CPU สามารถเข้าถึงและดึงข้อมูลไปประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว
❌ ไฟดับแล้ว ข้อมูลหายทันที
เป็นหน่วยความจำที่ใช้เก็บข้อมูลหรือคำสั่งสำคัญที่ "ถาวร"
ข้อมูลที่จัดเก็บไว้จะไม่สูญหายไปแม้ว่าจะไม่มีกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยง
มักจะถูกบันทึกข้อมูลมาจากโรงงานผู้ผลิต
ตัวอย่าง
เฟิร์มแวร์ในเครื่องใช้ไฟฟ้า: เช่น คำสั่งที่อยู่ในไมโครเวฟหรือเครื่องซักผ้า ที่ทำให้มันรู้ว่าต้องทำงานอย่างไรเมื่อเรากดปุ่ม
ใช้จานแม่เหล็กหมุนในการบันทึกข้อมูล เปรียบเสมือนการเล่นแผ่นเสียง
ราคาถูก เหมาะสำหรับเก็บข้อมูลขนาดใหญ่
ทำงานช้า พังง่าย หากเกิดการกระทบกระเทือน
ใช้ชิปหน่วยความจำ (Flash Memory) ในการเก็บข้อมูล
อ่าน-เขียนข้อมูลเร็วมาก
ทนทานต่อแรงกระแทก
ราคาสูงกว่า HDD
มี 2 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ
SATA
NVMe M.2 ซึ่งนิยมใช้ในปัจจุบัน มีความเร็วในการอ่าน-เขียนข้อมูลที่สูงมาก และมีราคาที่สูงเช่นกัน
เป็นหน่วยความจำที่ใช้ชิป Flash Memory
เชื่อมต่อผ่านพอร์ต USB
มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ทนทาน และมีความจุให้เลือกหลากหลาย
เป็นการนำ HDD หรือ SSD มาใส่กล่องและเชื่อมต่อผ่านสาย USB
ใช้พกพาได้ง่าย
มีความจุสูงมาก
ราคาที่เข้าถึงได้
เป็นสื่อบันทึกข้อมูลด้วย "แสงเลเซอร์" (Optical Disc)
ใช้แสงเลเซอร์ยิงไปบนพื้นผิวของแผ่นเพื่ออ่านหรือเขียนข้อมูล
CD (Compact Disc): ความจุประมาณ 700 MB (เหมาะสำหรับเพลงหรือไฟล์งานเล็ก ๆ)
DVD (Digital Versatile Disc): ความจุประมาณ 4.7 GB (เหมาะสำหรับภาพยนตร์หรือซอฟต์แวร์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น)
เป็นสื่อบันทึกข้อมูลด้วย "อำนาจแม่เหล็ก" (Magnetic Storage)
มีแผ่นพลาสติกบางๆ เคลือบสารแม่เหล็กอยู่ภายในเคสพลาสติกแข็ง
ความจุ: รุ่นที่นิยมที่สุด (3.5 นิ้ว) มีความจุเพียง 1.44 MB
ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้ว เนื่องจากมีขนาดใหญ่และความจุที่น้อยกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ อย่างแฟลชไดรฟ์